การตรวจภายใน ช่วยให้คุณป้องกันโรคได้

การตรวจภายใน ตรวจเอชพีวี ตรวจโรคทางนรีเวช

การตรวจภายใน เป็นส่วนหนึ่งของการใส่ใจสุขภาพของผู้หญิงทุกคนเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว การตรวจภายในจะช่วยให้เรารู้ว่ามีโรคอะไรอยู่หรือไม่ หรือมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคใดหรือไม่ เพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันที รวมไปถึง การวางแผนอนาคตกับครอบครัวที่เรารักด้วย เพราะฉะนั้น การตรวจภายใน จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้หญิงทุกคน ทำการตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง


“การตรวจภายในเป็นประจำ ช่วยลดโอกาส
การเสียชีวิต จากโรคมะเร็งปากมดลูก”

การตรวจภายใน คืออะไร?

คือ การตรวจอวัยวะในอุ้งเชิงกรานของผู้หญิง ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อหาความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ โดยทำการตรวจตั้งแต่ ปากช่องคลอด, ช่องคลอด, ปากมดลูก, ปีกมดลูก, มดลูก และรังไข่ เป็นต้น

ตรวจภายในตอนไหนดีล่ะ?

คุณสามารถเริ่มที่จะตรวจภายใน ได้ตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไป แต่โดยปกติแล้วแพทย์จะแนะนำให้กับผู้หญิงที่อายุ 25-30 ปีขึ้นไปทำการตรวจนี้ และไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการของโรคก่อน รวมทั้งไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้วเท่านั้น ถึงจะตรวจภายในได้ สำหรับคนโสด และไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใคร ก็สามารถทำการตรวจภายในได้เช่นกัน แนะนำให้ผู้หญิงทำการตรวจนี้เป็นประจำทุกปี

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปตรวจภายใน

ถึงแม้โรคเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ มักจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมาให้เราเห็นเท่าใดนัก แต่ก็มีข้อสังเกตที่คุณเองควรหมั่นเช็คว่าร่างกายมีความผิดปกติใดขึ้นหรือไม่ และไม่ควรนิ่งนอนใจถึงความผิดปกตินั้น เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายชนิดใดชนิดหนึ่งก็เป็นได้ โดยอาการที่ผู้หญิงเราพบและควรไปตรวจภายใน ได้แก่

  • ประจำเดือนมาผิดปกติ : ประจำเดือนมาคลาดเคลือน ไม่ตรงวัน หรือขาดหายไปหลายวัน หรือในบางรายปริมาณเลือดมาก หรือน้อยกว่าปกติ
  • มีอาการตกขาวผิดปกติ : ผู้หญิงเรานั้นมักจะมีอาการตกขาวอยู่เป็นเรื่องปกติ แต่หากสังเกตเห็นว่ามีสีที่ผิดปกติไป เช่น สีเหลือง สีเขียว สีแดงเข้ม อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือเลือดออกภายใน
  • รู้สึกปวดท้องน้อยบ่อยครั้ง : มีอาการปวดหน่วงที่ท้องน้อยตลอดเวลา ทั้งที่มีประจำเดือนหรือไม่มีประจำเดือนก็ตาม และความรู้สึกปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีเลือดออกจากช่องคลอด : มีเลือดซึมออกมา โดยสังเกตได้จากกางเกงใน หรือมีกลิ่นเหม็นคาว กลิ่นเปรี้ยว และกลิ่นอับผิดปกติ
  • คลำพบก้อนที่ท้องน้อย : การที่จะรู้ได้ว่ามีก้อนอยู่ที่ท้องหรือไม่ ให้นอนราบไปกับเตียงนอนแล้วสังเกตว่าท้องยังป่องอยู่หรือไม่ หากป่องอยู่ให้ใช้มือลองคลำดู หากมีก้อนจะพบว่าเป็นลักษณะกลม ๆ แข็งนูนขึ้นมา
  • มีแผลที่ช่องคลอด : ทั้งรอยแผลนูน หรือการอักเสบ เกิดจากการเสียดสีขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือเป็นรอยจากโรคติดต่อ อาจใช้กระจกส่องดูของตัวเองว่าพบบาดแผล รอยบวม หรือรู้สึกแสบเวลาปัสสาวะหรือไม่

สัญญาณเตือน ตรวจภายใน

ตรวจภายในต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

คุณสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ว่ามีการบริการตรวจภายในหรือไม่ ตามแต่ละจังหวัด หรือกดค้นหาใน Google เช่น ตรวจภายในเชียงใหม่ (ตามด้วยข้อมูลที่อยากรู้) ก็จะขึ้นข้อมูลมาให้คุณเลือกมากมาย หากมีบริการตรวจภายในตามที่คุณต้องการ คุณควรติดต่อนัดวันเข้ารับบริการให้ชัดเจน เพราะผู้ตรวจจำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนพบแพทย์เพื่อทำการตรวจภายใน จะช่วยให้ขั้นตอนต่าง ๆ มีความสะดวก และใช้เวลาไม่นานทั้งสองฝ่าย ดังนี้

  • ผู้ตรวจจะต้องรอให้ประจำเดือนหมดก่อนทำการตรวจภายใน อาจรอให้หมดสักประมาณ 1 สัปดาห์ หรือตรวจก่อนมีประจำเดือน 1 สัปดาห์ก็ได้เช่นกัน
  • งดมีเพศสัมพันธ์ก่อนทำการตรวจภายในอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ไม่สวนล้างช่องคลอด หรือทำความสะอาดอย่างรุนแรงภายในช่องคลอด
  • หากมีอาการตกขาว ไม่จำเป็นต้องชำระล้าง เนื่องจากเมื่อแพทย์ทำการตรวจภายในจะได้เห็นปริมาณ และนำไปตรวจหาเชื้อได้
  • งดใช้ยาเหน็บ หรือใช้ยารักษาอาการช่องคลอดแห้งอย่างน้อย 2 วันก่อนตรวจ
  • ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ไม่ควรนุ่งกางเกงที่รัดจนเกินไป
  • ก่อนเข้ารับการตรวจควรทำธุระให้เรียบร้อย เช่น ปัสสาวะ
  • ไม่จำเป็นต้องโกนขนบริเวณอวัยวะเพศ
  • ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร

ข้อดีของการตรวจภายใน

  • ป้องกันโรคด้วยถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • เลือกใช้ผ้าอนามัย ที่ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสารอย่างอื่นเจือปน และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยให้บ่อย อย่าปล่อยให้อากาศไม่ถ่ายเท จนเกิดการหมักหมมเกิดเชื้อรา เพราะผ้าอนามัยมักจะดูดซับความชื้นไปเก็บสะสม เป็นแหล่งที่เชื้อโรคชอบอยู่อาศัย และเจริญเติบโต
  • ดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกสุขลักษณะ
  • ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • งดการสูบบุหรี่

การตรวจภายใน ทำอย่างไร เจ็บไหม

ก่อนอื่นแพทย์จะต้องพูดคุยให้คำปรึกษาและชี้แจงขั้นตอนการตรวจภายในให้ทราบก่อน โดยอาจสอบถามถึงเรื่องส่วนตัว เช่น เรื่องเพศสัมพันธ์ พฤติกรรมคู่นอน โสดหรือแต่งงาน การใช้ยาคุมกำเนิด การทำแท้ง การมีบุตร อาการผิดปกติต่าง ๆ เกี่ยวกับอวัยวะเพศ รวมถึงประวัติการแพ้ยา คุณควรให้ข้อมูลและรายละเอียดที่ชัดเจน ไม่ควรปิดบังเพื่อที่แพทย์จะได้ทำการวินิจฉัยโรค และความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่อาจนำชุดมาให้คุณเปลี่ยนเพื่อการตรวจที่สะดวก และเหมาะกับการนั่งบนขาหยั่ง โดยแพทย์จะให้คุณนั่งบนขาหยั่ง และนอนลงในแนวราบ ให้คุณพาดขาทั้งสองข้างไว้ที่ขาหยั่ง เพื่อสามารถอ้าขาออกทำการตรวจภายในได้ คุณอาจจะมีความรู้สึกเขินอายเป็นธรรมดา แต่แนะนำให้ทำใจให้สบาย พยายามอย่าเกร็ง เพื่อให้แพทย์ตรวจได้สะดวก และใช้เวลาไม่นาน ซึ่งจะแบ่งการตรวจภายในออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่

ช่วงที่ 1 : แพทย์จะใช้อุปกรณ์ที่คล้ายปากเป็ด หรือที่เรียกว่าเครื่องมือถ่างขยายช่องคลอด (Speculum) โดยจะเลือกใช้ตามความเหมาะสมใส่เข้าไปในช่องคลอด เมื่อได้ตำแหน่งแพทย์จะกางอุปกรณ์ออกเพื่อดูผนังช่องคลอด ดูปากมดลูก และหากตรวจมะเร็งปากมดลูก ในช่วงเวลานี้แพทย์จะเอาอุปกรณ์เข้าไปเก็บเซลล์ปากมดลูก เพื่อนำไปตรวจคัดกรองในห้องแล็บต่อไป

ช่วงที่ 2 : แพทย์จะใช้นิ้วตรวจภายในช่องคลอด เพื่อกระดกมดลูกขึ้น และใช้อีกมือหนึ่งคลำบริเวณหน้าท้อง เพื่อตรวจดูว่ามดลูกมีขนาดโตหรือไม่ หรือผู้ตรวจรู้สึกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เพราะบางโรค เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ บางคนยังไม่ถึงขั้นเป็นซีสต์ขนาดใหญ่ แต่ก็มีอาการปวดมาก เพราะโรคไปเกาะบริเวณเส้นประสาท หรือบริเวณด้านหลังมดลูกที่มีการเคลื่อนไหว บริเวณรอยต่อระหว่างมดลูก กับลำไส้ใหญ่ เวลาถ่ายแล้วจะปวดมาก หรือเวลามีประจำเดือน จะปวดเหมือนอยากถ่ายอุจจาระ หรือท้องเสียตลอดเวลา การตรวจวิธีนี้จะทำให้รู้ว่ามีเม็ด มีตุ่ม หรือมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นหรือไม่ จึงจะสามารถนำมาอาการมาวินิจฉัยโรคได้

ไวรัสเอชพีวี

โรคที่อาจพบได้จากการตรวจภายใน

  • โรคมะเร็งปากมดลูก เกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวี สายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ซึ่งสามารถติดต่อกันได้ง่ายจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน แถมหากเป็นแล้วในตอนแรกแทบไม่มีอาการเจ็บปวด หรือบาดแผลอะไรที่ให้เราสังเกตเห็นได้เลย หากไม่ได้รับการตรวจ กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นก็ใช้เวลาหลายปี และที่สำคัญผู้ชายก็มีโอกาสติดเชื้อเอชพีวีได้ แต่ส่วนมากเพศชายจะเป็นแค่พาหะเท่านั้น
  • โรคเชื้อราในช่องคลอด
  • โรคเริมที่อวัยวะเพศ
  • โรคหนองในแท้
  • โรคหนองในเทียม
  • โรคพยาธิช่องคลอด
  • โรคเนื้องอกมดลูก, เนื้องอกรังไข่
  • โรคมดลูกหย่อน
  • โรคมะเร็งรังไข่
  • โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (ช็อกโกแลตซีสต์)
  • โรคภาวะมีบุตรยาก

การตรวจภายใน รู้ผลเลยหรือเปล่า?

ส่วนใหญ่แล้ว การตรวจภายในสามารถรู้ผลได้ภายในวันเดียวที่เข้ารับการตรวจ หากผลออกมาปกติก็สามารถกลับบ้านได้ (อย่างบริการ ตรวจภายในเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ก็สามารถรู้ผลได้ทันที) แต่ในกรณีที่ทำการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ผู้ตรวจจะต้องรอผลประมาณ 1 สัปดาห์ และแพทย์จะนัดมาฟังผลอีกครั้ง หากตรวจพบสิ่งผิดปกติอื่น ๆ แพทย์อาจต้องทำการตรวจภายในด้วยวิธีอื่น แบบจำเพาะเจาะจงต่อไป ทั้งนี้ คุณอาจพูดคุยขอคำแนะนำในการดูแลสุขภาพรวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดโรคกับแพทย์ได้เพิ่มเติม

ดังจะเห็นได้ว่า ตรวจภายใน ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว หรือน่าอายแต่อย่างใด เพราะข้อดีของมันมีมากมาย ที่จะทำให้เรารู้ว่า ภายในน้องสาวของเรานั้น มีความผิดปกติใดอยู่หรือไม่ เพราะโรคบางโรคไม่มีอาการแสดงออกมาให้เห็นโดยเด่นชัด อย่างเช่น โรคก้อนเนื้องอกที่มดลูก โรคมะเร็งปากมดลูกในระยะแรก จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเราทำการตรวจภายในเท่านั้น แนะนำให้ผู้หญิงทุกคน ละทิ้งความอาย และเข้ารับการตรวจภายในเป็นประจำ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงโรคร้ายกันนะคะ

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ติดต่อคลินิกหมอวีระพงศ์

คลินิกหมอวีระพงศ์ เกาะสมุยรายละเอียด
เบอร์โทรติดต่อ092-928-6888
เวลาทำการจันทร์-อาทิตย์ 12.00-20.00 น.
Line id@wrpclinic
Google Maphttps://goo.gl/maps/bSknah63pqrNLPwVA